ออกเดินอย่างช้าๆ

posted on 05 Jun 2008 13:12 by iamjj

ต้นฤดูฝน ผมบังเอิญแวะผ่าน Blog แห่งนี้มาอีกครั้ง

หลังจากไม่ได้เขียนมานานเป็นปีๆ

รูปโฉมของ Blog สวยงามและเรียบง่ายขึ้นมาก

หน้าจอสะอาดๆ กวักมือเรียกให้รู้สึกคันไม้คันมือ

จนอย่างกลับมาเขียนมาเล่าสิ่งที่คิดที่เห็นประจำวันที่นี่อีกครั้งหนึ่ง

..... 

เมื่อเราห่างหายจากบางสถานที่ไปนานๆ เวลากลับมาอีกครั้ง

เราค่อยๆ ทบทวนอดีตและความทรงจำบางอย่างเคยเกิดขึ้น

เวลาเหมือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว

บางห้วงขณะ เราก็มักจะคิดว่าใครบางคนที่เราคุ้นเคยกำลัง

ทำอะไรอยู่ในตอนนี้และชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง

……

ในความเป็นจริงตามธรรมชาติ โลกหมุนไปด้วยความเร็วเท่าเดิม

แต่ในพ.ศ.นี้ ยุคโลกร้อน ยุควิกฤตอาหาร ยุคทุนนิยมเสรีรีบเร่ง

ยุคที่บ้านเมืองยังเต็มไปด้วยความขัดแย้ง

การสื่อสารรวดเร็วดังความเร็วแสง

เราจึงรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าโลกรอบตัวหมุนไปด้วยจังหวะที่เร็วขึ้นทุกที

..... 

ด้วยเหตุที่โลกตะวันตกเข้าสู่เลนทางด่วนมาก่อนโลกฝั่งตะวันออก

ชีวิตที่เคลื่อนไหวเร็วจนคนจำนวนมากทนไม่ไหว

เพราะเกินขีดจำกัดทางกายภาพของมนุษย์ (สมอง ร่างกาย จิตใจ) จะรับไหว

กระแสหมุนโลกให้ช้าลงบวกกับการใช้ชีวิตอย่างรื่นรมย์จึงค่อยๆ เริ่มมาแรง (อย่างช้าช้า)

……

คนยุคนี้เริ่มต้องการบริหารคุณภาพของเวลา

มากกว่าการต้องการเพิ่มเวลาซึ่งเป็นไปได้ยากและมีข้อจำกัดสูง

เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เนื่องมาจากการทำงานและการใช้ชีวิตที่เร่งเร็ว

มักทำให้เราป่วยและเป็นการฆ่ากายและจิตของเราไปทีละเล็กละน้อย

บางคนใช้ชีวิตไปผ่านวันเป็นเดือนเป็นปี

ก็เริ่มจะรู้สึกว่าตนเองเป็นเหมือนหนูที่วิ่งอยู่บนกงล้อตามที่เห็นในห้องทดลอง

วิ่งวนไปเรื่อยๆ ทุกวันๆ แต่ก็ไม่ได้ไปที่ไหน

วิ่งเร็วเท่าไรก็ยังอยู่วิ่งอยู่ ณ จุดเดิม

……

งานวิจัยชิ้นหนึ่งของดร.ลาร์รี่ ดอสเซย์พบว่าชาวอเมริกัน

กำลังประสบกับความลำบากจากโรคhurry sickness

หรือป่วยจากการรีบร้อน (Slow Down to Speed Up, 2008)

คนที่รีบร้อนและเร่งรีบ (ซึ่งทุกๆ คนก็คงเคยเป็นบ้างในบางช่วงจะมากจะน้อยต่างกันไป)

มักจะคิดว่าเขาจะสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้นหากทำแต่ละสิ่งให้เร็วขึ้น

ซึ่งมีการพิสูจน์ออกมาว่าไม่จริงเสมอไป

นอกจากนั้น ความเร่งรีบก็มีผลข้างเคียงต่างๆ มากมาย

โดยเฉพาะเพิ่มอาการป่วยจากความเครียด สารเคมีในสมองและฮอร์โมนทำงานไม่เป็นปกติ

ซึ่งส่งผลต่อการทำงานในสมอง หัวใจ และระบบประสาททำให้เสื่อมสภาพและทรุดโทรม

แม้งานจะสำเร็จ แต่เราก็กำลังป่วยสะสมไปเรื่อยๆ

..... 

อาการของคนที่เข้าข่ายจะนำไปสู่การเป็นโรค “hurry sickness”

มักจะมีพฤติกรรมทำนองนี้

ชอบคิดหรือพูดว่าฉันไม่มีเวลาเลย

นำงานกลับไปทำบ้านเป็นประจำ

ทำงานเสร็จตามเส้นตายพอดีอยู่บ่อยๆ

คนที่ดูยุ่งอยู่ตลอดเวลาแม้แต่เวลาที่กำลังพักผ่อนหรือท่องเที่ยว

อันที่จริง...อย่าว่าแต่สังคมอเมริกาเลย สังคมไทย

โดยเฉพาะในเมืองหลวงและตัวเมืองในจังหวัดใหญ่ๆ

ผู้คนจำนวนมากก็กำลังเต้นในจังหวะนี้ไม่ใช่หรือ

……

คนที่เร็วตลอดเวลาก็ไม่ต่างจากคนบ้า

และคนที่ช้าตลอดเวลาก็คงไม่ต่างจากคนขี้เกียจ

ความพอเหมาะพอดีน่าจะเป็นทางออกของการใช้ชีวิต

ความเร็วที่เหมาะสม แต่ละคนจะตอบได้เองว่าเป็นอย่างไร

.... 

เมื่อลูกตุ้มนาฬิกาของมนุษย์ แกว่งไปสุดที่ขั้วความเร็ว

ตอนนี้ มนุษย์จำนวนมากจึงดึงลูกตุ้มให้กลับมาแกว่งช้าลง

ในโลกยุคใหม่ กระแสช้าช้า กำลังมาแรงอย่างช้าช้า

..... 

เราจึงเห็นหนุ่มสาวเริ่มให้ความสำคัญกับการเดินเล่นอย่างช้าๆ ไม่เร่งรีบ

เห็นการฝึกสติในชีวิตประจำวัน

การจิบกาแฟหรือชาอย่างไม่เร่งรีบ

การนั่งสมาธิตอนเช้าหรือก่อนนอน

การเล่นโยคะพร้อมกับฝึกลมหายใจ

การเลิกใส่หรือเลิกดูนาฬิกา

หรือกระทั่งบางคนพยายามฝึกการไม่ทำอะไรเลย

……

ในกระแสช้า-ช้าแบบนี้

เริ่มกลับมาเขียน Blog ใหม่อีกครั้ง

แบบค่อยๆ เขียน ค่อยๆ เล่ากันไปอย่างช้าๆ ท่าจะดีครับ

....

ปล. อีกเหตุผลหนึ่ง

แฮ่ม...คนใกล้ตัวจะได้เลิกบ่นสักทีว่าชอบขโมยอ่านไดอารี่แต่ไม่ยอมเขียนอะไรให้อ่านเลย

 

 

 

edit @ 5 Jun 2008 13:26:29 by หมีพูห์ JJ

Comment

Comment:

Tweet


^.^

#2 By ~ C r e a m ~ on 2008-06-06 13:47

welcome back ka big smile

#1 By B a b o O on 2008-06-06 08:59